ในปัจจุบันเราจะได้ยิน คำว่า ออทิสติก กันอยู่บ่อยๆ ออทิสติก คือภาวะความผิดปกติทางพัฒนาการด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม การสื่อความหมาย และการจินตนาการซึ้งอาจจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจนในระยะ 3 ปีแรกของชีวิต โดยเป็นผลมาจากความผิดปกติทางหน้าที่ของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีปัจจัยเกี่ยวข้องกับเรื่อง ไวรัส กรรมพันธุ์ และการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง
1.บกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์ทางสังคม เด็กจะมีความบกพร่องด้านการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่าบุคคลกับสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่สบตา ไม่มีการแสดงออกทางสีหน้า ไม่มีความสามารถในการผูกพันธ์กับใคร
2.บกพร่องด้านการสื่อสาร บกพร่องด้านการใช้ภาษา ความเข้าใจภาษา ไม่พูดหรือพูดได้แต่พูด โต้ตอบไม่ได้
3.บกพร่องทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ มีพฤติกรรมทำซ้ำ เช่น โบกมือไปมา การแสดงออกทางอารมณ์ไม่เหมาะสมกับวัย
4.บกพร่องด้านการเลียนแบบและจินตนาการ เด็กจะเล่นเลียนแบบไม่ได้ เล่นบทบาทสมมุติไม่ได้
5.บกพร่องด้านการเรียนรู้ทางประสาทสัมผัส การไม่มองจ้องตาผู้อื่น บางคนไม่หันตามเสียงเรียก ทั้งที่ได้ยิน
6.บกพร่องด้านการใช้อวัยวะต่างๆ เช่นท่าทางการเดินที่แปลกๆ การหยิบจับสิ่งของที่ไม่ประสานกัน
ลักษณะความบกพร่องดังกล่าว เป็นเพียงภาพรวมของเด็กออทิสติก ไม่ได้หมายความว่าเด็กออทิสติกทุกคนจะมีลักษณะทั้งหมดนี้ เด็กบางคนมีเพียงบางลักษณะ นอกจากนี้เด็กบางคนจะมีลักษณะพิเศษได้โดยอาจทำ กิจกรรมบางอย่างได้ดีมาก เช่น สามารถจำชื่อประเทศในโลกได้มาก
การให้การช่วยเหลือดูแลเด็กออทิสติก ต้องเริ่มจากการได้รับการดูแลจากแพทย์และวิชาชีพที่รับผิดชอบในการดูแลเด็กออทิสติก เพื่อให้การแนะนำวิธีการดูแลเด็กออทิสติกอย่างเหมาะสมและรับฟังคำแนะนำถึงวิธีการฝึกเด็กให้ตรงตามที่เด็กต้องการ แต่ที่สำคัญมากก็คือผู้ปกครอง พ่อ แม่ ต้องยอมรับและเข้าใจปัญหาของเด็ก ต้องมีความรู้ มีเทคนิค มีความอดทนที่จะฝึกเด็กให้ดีขึ้นได้ เด็กจะดีขึ้นได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับพ่อ แม่ ผู้ปกครองที่มีหน้าที่ในการฝึกเด็ก เพราะต้องอาศัยความอดทนเป็นอย่างมาก ดังคำกล่าวที่ว่า
ที่มากรมสุขภาพจิต เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเด็กออทิสติก ชุมนุนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย |
© 2002 Nakhonsawan Psychiatric Hospital. All rights reserved.